ประเภทคอมพิวเตอร์

จากประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก ทำให้ปัจจุบันมีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เลือกใช้มากมายหลายรูปแบบตามความต้องการของผู้ใช้

การแบ่งประเภทของคอมพิวเตอร์นั้น สามารถจำแนกออกได้เป็น 3  กลุ่มหลัก ดังนี้


ประเภทของคอมพิวเตอร์ตามหลักการประมวลผล


ประเภทของคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน


ประเภทของคอมพิวเตอร์ตามความสามารถของระบบ

ประวัติคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นผลมาจากการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือในการคำนวณซึ่งมีวิวัฒนาการนานมาแล้ว เริ่มจากเครื่องมือในการคำนวณเครื่องแรกคือ “ลูกคิด” (Abacus) ที่สร้างขึ้นในประเทศจีน เมื่อประมาณ 2,000-3,000 ปีมาแล้ว

textcom12image1

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2376 นักคณิตศาสต์ชาวอังกฤษ ชื่อ ชาร์ล แบบเบจ (Charles Babbage) ได้ประดิษฐ์เครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine) สามารถคำนวณค่าของตรีโกณมิติ ฟังก์ชั่นต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ การทำงานของเครื่องนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนเก็บข้อมูล ส่วนคำนวณ และส่วนควบคุม ใช้ระบบพลังเครื่องยนต์ไอน้ำหมุนฟันเฟือง มีข้อมูลอยู่ในบัตรเจาะรู คำนวณได้โดยอัตโนมัติ และเก็บข้อมูลในหน่วยความจำ ก่อนจะพิมพ์ออกมาทางกระดาษ

หลักการของแบบเบจนี้เองที่ได้นำมาพัฒนาสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ เราจึงยกย่องให้แบบเบจเป็น บิดาแห่งเครื่องคอมพิวเตอร์

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ได้มีผู้ประดิษฐ์เครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมามากมายหลายขนาด ทำให้เป็นการเริ่มยุคของคอมพิวเตอร์อย่างแท้จริง   โดยสามารถจัดแบ่งคอมพิวเตอร์ออกได้เป็น 5 ยุค



ยุคที่หนึ่ง (First Generation Computer) พ.ศ. 2489-2501


ยุคที่สอง (Second Generation Computer) พ.ศ. 2502-2506


ยุคที่สาม (Third Generation Computer) พ.ศ. 2507-2512


ยุคที่สี่ (Fourth Generation Computer) พ.ศ. 2513-2532


ยุคที่ห้า (Fifth Generation Computer) พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน

ลักษณะเด่นของคอมพิวเตอร์

เครื่องคอมพิวเตอร์ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีจุดเด่น 4 ประการ เพื่อทดแทนข้อจำกัดของมนุษย์ เรียกว่า 4 S special ดังนี้images (4)images (5)

1. หน่วยเก็บ (Storage)

หมายถึง ความสามารถในการเก็บข้อมูลจำนวนมากและเป็นเวลานาน นับเป็น
จุดเด่นทางโครงสร้างและเป็นหัวใจของการทำงานแบบอัตโนมัติของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั้งเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องด้วย

2. ความเร็ว (Speed)

หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลข้อมูล (Processing Speed)
โดยใช้เวลาน้อย เป็นจุดเด่นทางโครงสร้างที่ผู้ใช้ทั่วไปมีส่วนเกี่ยวข้องน้อยที่สุด
เป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญส่วนหนึ่งเช่นกัน

3. ความเป็นอัตโนมัติ (Self Acting)

หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลตามลำดับขั้นตอนได้อย่างถูกต้องและต่อเนื่องอย่างอัตโนมัติ โดยมนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องเฉพาะในขั้นตอนการกำหนดโปรแกรมคำสั่งและข้อมูลก่อนการประมวลผลเท่านั้น

4. ความน่าเชื่อถือ (Sure)

หมายถึง ความสามารถในการประมวลผลให้เกิดผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ความน่าเชื่อถือนับเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ความสามารถนี้เกี่ยวข้องกับโปรแกรมคำสั่งและข้อมูลที่มนุษย์กำหนดให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง กล่าวคือ หากมนุษย์ป้อนข้อมูลที่ไม่ถูกต้องให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้องด้วยเช่นกัน

ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์

จากการที่คอมพิวเตอร์มีลักษณะเด่นหลายประการ ทำให้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันในสังคมเป็นอย่างมาก  ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดก็คือ การใช้ในการพิมพ์เอกสารต่างๆ เช่น พิมพ์จดหมาย รายงาน เอกสารต่างๆ ซึ่งเรียกว่างานประมวลผล ( word processing ) นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในด้านต่างๆ อีกหลายด้าน ดังต่อไปนี้images (8)

1   งานธุรกิจ เช่น บริษัท ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนโรงงานต่างๆ ใช้คอมพิวเตอimages (6)ร์ในการทำบัญชี งานประมวลคำ และติดต่อกับหน่วยงานภายนอกผ่านระบบโทรคมนาคม นอกจากนี้งานอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ก็ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการควบคุมการผลิต และการประกอบชิ้นส่วนของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โรงงานประกอบรถยนต์ ซึ่งทำให้การผลิตมีคุณภาพดีขึ้นบริษัทยังสามารถรับ หรืองานธนาคาร ที่ให้บริการถอนเงินผ่านตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ ( ATM ) และใช้คอมพิวเตอร์คิดดอกเบี้ยให้กับผู้ฝากเงิน และการโอนเงินระหว่างบัญชี เชื่อมโยงกันเป็นระบบเครือข่าย

2.งานวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และงานสาธารณสุข สามารถนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในนำมาใช้ในส่วนของการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อน เช่น งานศึกษาโมเลกุลสารเคมี วิถีการโคจรของการส่งจรวดไปสู่อวกาศ  หรืองานทะเบียน การเงิน สถิติ และเป็นอุปกรณ์สำหรับการตรวจรักษาโรคได้ ซึ่งจะให้ผลที่แม่นยำกว่าการตรวจด้วยวิธีเคมีแบบเดิม และให้การรักษาได้รวดเร็วขึ้น

images (7)

3   งานคมนาคมและสื่อสาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง จะใช้คอมพิวเตอร์ในการจองวันเวลา ที่นั่ง ซึ่งมีการเชื่อมโยงไปยังทุกสถานีหรือทุกสายการบินได้ ทำให้สะดวกต่อผู้เดินทางที่ไม่ต้องเสียเวลารอ อีกทั้งยังใช้ในการควบคุมระบบการจราจร เช่น ไฟสัญญาณจราจร และ การจราจรทางอากาศ หรือในการสื่อสารก็ใช้ควบคุมวงโคจรของดาวเทียมเพื่อให้อยู่ในวงโคจร ซึ่งจะช่วยส่งผลต่อการส่งสัญญาณให้ระบบการสื่อสารมีความชัดเจน

4   งานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม สถาปนิกและวิศวกรสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ หรือ จำลองสภาวการณ์ ต่างๆ เช่น การรับแรงสั่นสะเทือนของอาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหว โดยคอมพิวเตอร์จะคำนวณและแสดงภาพสถานการณ์ใกล้เคียงความจริง รวมทั้งการใช้ควบคุมและติดตามความก้าวหน้าของโครงการต่างๆ เช่น คนงาน เครื่องมือ ผลการทำงาน

5  งานราชการ เป็นหน่วยงานที่มีการใช้คอมพิวเตอร์มากที่สุด โดยมีการใช้หลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ มีการใช้ระบบประชุมทางไกลผ่านคอมพิวเตอร์ , กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้จัดระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อเชื่อมโยงไปยังสถาบันต่างๆ , กรมสรรพากร ใช้จัดในการจัดเก็บภาษี บันทึกการเสียภาษี เป็นต้น

6    การศึกษา ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านการเรียนการสอน ซึ่งมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยการสอนในลักษณะบทเรียน CAI หรืองานด้านทะเบียน ซึ่งทำให้สะดวกต่อการค้นหาข้อมูลนักเรียน การเก็บข้อมูลยืมและการส่งคืนหนังสือห้องสมุด

การทำงานของคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม จะมีลักษณะการทำงานของส่วนต่างๆ
ที่มีความสัมพันธ์กันเป็นกระบวนการ  โดยมีองค์ประกอบพื้นฐานหลักคือ  Input  Process และ output   ซึ่งมีขั้นตอนการทำงานดังภาพinput

ขั้นตอนที่ 1 : รับข้อมูลเข้า (Input)

เริ่มต้นด้วยการนำข้อมูลเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์  ซึ่งสามารถผ่านทางอุปกรณ์ชนิดต่างๆ แล้วแต่ชนิดของข้อมูลที่จะป้อนเข้าไป เช่น   ถ้าเป็นการพิมพ์ข้อมูลจะใช้แผงแป้นพิมพ์ (Keyboard) เพื่อพิมพ์ข้อความหรือโปรแกรมเข้าเครื่อง   ถ้าเป็นการเขียนภาพจะใช้เครื่องอ่านพิกัดภาพกราฟิค (Graphics Tablet) โดยมีปากกาชนิดพิเศษสำหรับเขียนภาพ   หรือถ้าเป็นการเล่นเกมก็จะมีก้านควบคุม (Joystick) สำหรับเคลื่อนตำแหน่งของการเล่นบนจอภาพ เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 2 : ประมวลผลข้อมูล (Process)

เมื่อนำข้อมูลเข้ามาแล้ว เครื่องจะดำเนินการกับข้อมูลตามคำสั่งที่ได้รับมาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่
ต้องการ การประมวลผลอาจจะมีได้หลายอย่าง เช่น นำข้อมูลมาหาผลรวม นำข้อมูลมาจัดกลุ่ม
นำข้อมูลมาหาค่ามากที่สุด หรือน้อยที่สุด เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 3 : แสดงผลลัพธ์ (Output)

เป็นการนำผลลัพธ์จากการประมวลผลมาแสดงให้ทราบทางอุปกรณ์ที่กำหนดไว้   โดยทั่วไปจะแสดงผ่านทางจอภาพ หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า “จอมอนิเตอร์” (Monitor) หรือจะพิมพ์ข้อมูลออกทางกระดาษโดยใช้เครื่องพิมพ์ก็ได้

คอมพิวเตอร์หมายถึง

images (3)คอมพิวเตอร์มาจากภาษาละตินว่า Computare ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคำนวณ  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของคอมพิวเตอร์ไว้ว่า “เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เหมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ
ที่ง่ายและซับซ้อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์”

images (2)

คอมพิวเตอร์จึงเป็นเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ทำงานแทนมนุษย์ ในด้านการคิดคำนวณและสามารถจำข้อมูล ทั้งตัวเลขและตัวอักษรได้เพื่อการเรียกใช้งานในครั้งต่อไป  นอกจากนี้ ยังสามารถจัดการกับสัญลักษณ์ได้ด้วยความเร็วสูง โดยปฏิบัติตามขั้นตอนของโปรแกรม คอมพิวเตอร์ยังมีความสามารถในด้านต่างๆ อีกมาก อาทิเช่น การเปรียบเทียบทางตรรกศาสตร์ การรับส่งข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่องและสามารถประมวลผลจากข้อมูลต่างๆ ได้ 

images (1)

คอมพิวเตอร์คืออะไร

textcom11image

คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทที่สำคัญยิ่งimages (2)ต่อสังคมของมนุษย์เราในปัจจุบัน แทบทุกวงการล้วนนำคอมพิวเตอร์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการใช้งาน จนกล่าวได้ว่าคอมพิวเตอร์เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตและการทำงานในชีวิตประจำวัน ฉะนั้นการเรียนรู้เพื่อทำความรู้จักกับคอมพิวเตอร์จึงถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง

เพื่อที่จะทราบว่าคอมพิวเตอร์คืออะไร ทำงานอย่างไร และมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างไร เราจึงควรทำการศึกษาในหัวข้อต่อไปนี้

  images

The Fox and The Kid

นิทานอีสปเรื่อง สุนัขจิ้งจอกกับลูกแพะ

roba01

A kid sneaked off the herd to graze in the forest. He walked on and on until he was very far away from the herd. When it was evening, he started to walk back.

roba01

On the way he met a fox. The kid was frightened and tried to run away. But the fox was faster and blocked his way.
roba01

“Don’t try to run away. It is hopeless,” growled the fox. The kid stood still and thought of how to save himself.

roba01

Suddenly, he came up with a trick and spoke to the fox, “I have heard that you have a very beautiful voice.”

roba01

“Now that I will be your food, let me have a chance to hear your voice.”
roba01

When the fox heard the nice words, he began to howl.

roba01

His howl was so loud that it reached the dogs that looked after the goats.

roba01

The dog quickly ran towards the howl. When the dogs arrived, they tried to chase the fox away.

roba01

The fox could not fight the dogs. He had to leave the kid behind and quickly ran away.
                                “A bad situation can be solved by wise thinking.”

นิทานเรื่อง สุนัขจิ้งจอกกับลูกแพะ (The Fox and The Kid)
A kid sneaked off the herd to graze in the forest.
ลูกแพะตัวหนึ่งหลบออกมาจากฝูงไปหาหญ้ากินในป่าตามลำพัง
He walked on and on until he was very far away from the herd.
มันเดินไปเรื่อย ๆ จนห่างจากฝูงออกไปมาก
When it was evening, he started to walk back.
พอตกตอนเย็น ลูกแพะจึงเริ่มเดินกลับไปที่ฝูงของมัน
On the way he met a fox.
ระหว่างทางมันบังเอิญไปเจอกับสุนัขจิ้งจอกเข้า
The kid was frightened and tried to run away.
ลูกแพะตกใจกลัวมาก มันพยายามจะวิ่งหนี
But the fox was faster and blocked his way.
แต่สุนัขจิ้งจอกไวกว่า จึงวิ่งมาสกัดหน้ามันไว้ได้
“Don’t try to run away. It is hopeless,” growled the fox.
“เจ้าอย่าคิดหนีเลย ไม่มีทางหนีพ้นหรอก” สุนัขจิ้งจอกขู่
The kid stood still and thought of how to save himself.
ลูกแพะหยุดยืนนิ่งแล้วคิดหาทางเอาตัวรอด
Suddenly, he came up with a trick and spoke to the fox, “I have heard that you have a very beautiful voice.”
ทันใดนั้นมันก็นึกอุบายอย่างหนึ่งขึ้นมาได้ จึงบอกสุนัขจิ้งจอกไปว่า “ข้าได้ยินมาว่าท่านมีเสียงร้องที่ไพเราะนัก”
“Now that I will be your food, let me have a chance to hear your voice.”
“ไหน ๆ ข้าจะต้องเป็นอาหารของท่านแล้ว ขอให้ข้าได้มีโอกาสฟังเสียงร้องของท่านจะได้หรือไม่”
When the fox heard the nice words, he began to howl.
สุนัขจิ้งจอกได้ยินคำเยินยอ ก็รีบร้องหอนขึ้นทันที
His howl was so loud that it reached the dogs that looked after the goats.
เสียงร้องของมันดังไปไกลถึงฝูงสุนัขที่ทำหน้าที่ดูแลแพะ
The dog quickly ran towards the howl.
พวกมันจึงรีบวิ่งตามเสียงร้องนั้นไป
When the dogs arrived, they tried to chase the fox away.
เมื่อไปถึงมันรีบช่วยกันขับไล่สุนัขจิ้งจอก
The fox could not fight the dogs. He had to leave the kid behind and quickly ran away.
สุนัขจิ้งจอกสู้ไม่ไหว จำต้องทิ้งลูกแพะไว้ แล้วรีบหลบหนีไปโดยเร็ว
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“A bad situation can be solved by wise thinking.”
“สถานการณ์ที่เลวร้าย แก้ไขได้ด้วยปัญญา”
คำศัพท์น่ารู้ (Vocabularies)
situation (n.)  =  สถานการณ์
graze (v.)  =  กินหญ้า
hopeless (adj.)  =  สิ้นหวัง
trick (n.)  =  กลอุบาย
chase (v.)  =  ขับไล่
growl (v.)  =  คำราม
solve (v.)  =  แก้ปัญหา

The Lion and The Mosquito

roba01

นิทานอีสปเรื่อง สิงโตกับยุง

Once upon a time, a little mosquito was buzzing around a sleeping lion. The lion hit at the little mosquito. But the lion missed the mosquito and hit his own cheek.

roba01

นิทานอีสปเรื่อง สิงโตกับยุง

Next, the little mosquito buzzed around the lion’s nose. The lion hit at the little mosquito. But the lion missed the mosquito and hit his own nose. The mosquito was very proud of himself and said to the lion, “You are king of the jungle, yet you are beaten by a little mosquito like me.” 

roba01

นิทานอีสปเรื่อง สิงโตกับยุง

The little mosquito followed the lion into the jungle where there were many spider webs.

The little mosquito got caught in a spider web and could not get out.

roba01

“Fooey!” said the spider as he ate the little mosquito. “I wanted something better to eat, but it is better than nothing.”  The little mosquito beat the lion, but he could not beat the spider.
”Everyone has his own strengths and weaknesses. We must not easily let down our guard.”

roba01

นิทานเรื่อง The Lion and The Mosquito (สิงโตกับยุง)
Once upon a time, a little mosquito was buzzing around a sleeping lion.
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยุงน้อยตัวหนึ่งกำลังบินไปรอบ ๆ ตัวสิงโตเจ้าป่าที่กำลังหลับใหลอยู่
The lion hit at the little mosquito. But the lion missed the mosquito and hit his own cheek.
สิงโตรู้สึกรำคาญจึงตียุงน้อยตัวนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จ ยุงจึงบินพุ่งเข้าไปกัดที่แก้มของสิงโต
Next, the little mosquito buzzed around the lion’s nose. The lion hit at the little mosquito. But the lion missed the mosquito and hit his own nose.
ต่อมายุงน้อยก็ไปบินสร้างความรำคาญที่รอบ ๆ จมูกของสิงโตอีก สิงโตพยายามตียุงอีกแต่ก็ไม่สำเร็จตามเคย ยุงน้อยจึงกัดเข้าที่จมูกของสิงโต
The mosquito was very proud of himself and said to the lion, “You are king of the jungle, yet you are beaten by a little mosquito like me.”
ยุงภูมิใจในผลงานของตัวเองมากที่สามารถสร้างความรำคาญและกัดสิงโตได้ จึงเอ๋ยกับสิงโตว่า “ท่านเป็นถึงเจ้าป่า แต่ใยท่านจึงถูกยุงตัวเล็ก ๆ อย่างข้ากัดได้”
The little mosquito followed the lion into the jungle where there were many spider webs.
ยุงน้อยจึงบินตามสิงโตเข้าไปในป่าที่เต็มไปด้วยใยแมงมุม
The little mosquito got caught in a spider web and could not get out.
และในที่สุดยุงน้อยก็บินไปติดกับใยแมงมุมเข้าและไม่สามารถที่จะแกะตัวเองออกจากใยแมงมุมนั้นได้
“Gooey!” said the spider as he ate the little mosquito. “I wanted something better to eat, but it is better than nothing.”
“เหนียวนุ่มจริง ๆ ” แมงมุมกล่าวเนื่องจากมันได้กินยุงน้อยไปแล้ว “อันที่จริง ฉันอยากทำบางอย่างที่ดีกว่ากิน แต่ทำยังไงได้ล่ะ มันก็ดีกว่าการการไม่มีอะไรเลย”
The little mosquito beat the lion, but he could not beat the spider.
ยุงน้อยที่สามารถกัดสิงโตได้ แต่มันก็ไม่สามารถที่จะกัดแมงมุมได้
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
”Everyone has his own strengths and weaknesses. We must not easily let down our guard.”
ทุก ๆ คนมีจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง เราจะต้องไม่ให้สิ่งเหล่านี้มาทำลายตัวเองได้
” รู้จักประมาณตนและอย่าประมาท ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป “
คำศัพท์น่ารู้ (vocabularies)
miss (v.) = ผิดพลาด, ทำพลาด             jungle (n.) = ป่า
strength (n.) = จุดแข็ง                       weakness (n.) = จุดอ่อน
guard (n.) = เครื่องป้องกันภัย               let down (PHRV) = ทำให้ต่ำลง

The Ass and The Wolf

นิทานอีสปเรื่อง ลากับหมาป่า

AN ASS feeding in a meadow saw a Wolf approaching to seize him, and immediately pretended to be lame. The Wolf, coming up, inquired the cause of his lameness. The Ass replied that passing through a hedge he had trod with his foot upon a sharp thorn. He
requested that the Wolf pull it out, lest when he ate him it should injure his throat.
roba01

The Wolf consented and lifted up the foot, and was giving his whole mind to the discovery of the thorn, when the Ass, with his heels, kicked his teeth into his mouth and galloped away. The Wolf, being thus fearfully mauled, said, “I am rightly served, for why did I attempt the art of
healing, when my father only taught me the trade of a butcher?”

roba01

นิทานเรื่อง ลากับหมาป่า (The Ass and The Wolf )
AN ASS feeding in a meadow saw a Wolf approaching to seize him, and immediately pretended to be lame.

roba01
ลาตัวหนึ่งกำลังกินหญ้าอยู่ในทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง ถูกหมาป่าตัวหนึ่งคอยดักจับอยู่ ก็เลยแกล้งทำเป็นขาพิการ
The Wolf, coming up, inquired the cause of his lameness.
เมื่อหมาป่าถามถึงเหตุความพิการของมัน
The Ass replied that passing through a hedge he had trod with his foot upon a sharp thorn.
ลาก็ตอบว่ามันเพิ่งเดินไปเหยียบหนามอันแหลมคมเข้า
He requested that the Wolf pull it out, lest when he ate him it should injure his throat.
และจะเป็นการฉลาดที่จะดึงหนามออกเสียก่อนโดย ทันทีในกรณีที่ว่าหากหมาป่าจะกินมันหนามอาจจะ เข้าไปติดคอก็ได้
The Wolf consented and lifted up the foot, and was giving his whole mind to the discovery of the thorn, when the Ass, with his heels, kicked his teeth into his mouth and galloped away.
หมาป่าตกลงโดยทันที มันยกขาของลา ขึ้นแต่ในขณะที่มันกำลังตั้งใจหาหนามอยู่นั้น ลาก็เตะหน้ามันด้วยขาหลังทั้งสองและออกวิ่งหนีไปโดยเร็ว
The Wolf, being thus fearfully mauled, said, “I am rightly served, for why did I attempt the art of
healing, when my father only taught me the trade of a butcher?”
หมาป่างุนงงด้วยแรงเตะพลางพูดว่า “สมน้ำหน้าตัวข้าเอง ที่มัวแต่พยายามใช้ศิลปะในการรักษา ในเมื่อพ่อเพียงสอนข้าให้มีความรอบรู้ในด้านอาชีพของการฆ่าสัตว์เท่านั้น”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“Everyone has his trade.”
ทุกคนมีความชำนาญเป็นของตน

คำศัพท์น่ารู้ (vocabularies)
inquire (v.) = ไต่ถาม                                throat (n.) = ลำคอ
discovery (n.) = การค้นพบ                        butcher (n.) = คนฆ่าสัตว์
attempt (v.) = พยายาม                             gallop (v.) = วิ่งอย่างรวดเร็ว
trod (v.) = ช่อง 3 ของ tread = เหยียบ
lame (adj.) = พิการ, เป๋, กระโผลกกระเผลก

จับดำถลำแดง

– มุ่งอย่างหนึ่งไปได้อีกอย่างหนึ่ง

ตัวอย่าง

“ฉันอุตส่าห์เลือกอย่างดีแล้ว ทำไมจึงจับดำถลำแดงไปหยิบของมีตำหนิมาได้”

จรกาหน้าหนู

– เข้าพวกกับใครไม่ได้

จระเข้ขวางคลอง
– ทำตัวกีดขวางผู้อื่น จนก่อให้เกิดความรำคราญ

จมไม่ลง

จมไม่ลง
– เคยรุ่งเรืองใหญ่โต เมื่อตกอับก็ยังทำตัวเหมือนเดิม ไม่ยอมปรับตัวให้เหมาะกับฐานะของตน

ตัวอย่าง

“สิ้นสามีแล้วภรรยาและลูกๆยังจมไม่ลง ทำตัวเหมือนเดิม ทั้งๆทีไม่มีรายได้อะไร ไม่ช้าคงล้มละลายแน่”

เงียบเป็นเป่าสาก เงื้อง่าราคาแพง โง่แกมหยิ่ง โง่เง่าเต่าตุ่น

เงียบเป็นเป่าสาก
– เงียบสนิท

เงื้อง่าราคาแพง
– ไม่กล้าตัดสินใจ

โง่แกมหยิ่ง
– โง่อวดฉลาด

โง่เง่าเต่าตุ่น
– โง่ที่สุด

ตัวอย่าง

“ครูอย่าไปว่านักเรียนโง่เง่าเต่าตุ่นเชียวนะ เด็กจะเสียกำลังใจ”

เงาตามตัว

– ผู้ที่ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด หรือ ผลของการกระทำที่เกิดตามติดมาทันที

ตัวอย่าง

“ตั้งแต่คบกันเขาตามฉันทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว

351474757qk

งูๆปลาๆ

– มีความรู้เล็กๆน้อยๆ ไม่รู้จริง

ตัวอย่าง

“จะให้ไปทำงานกับฝรั่งได้อย่างไร ภาษาอังกฤษของฉันงูๆปลาๆ

images (1)images (2)

งูกินหาง

– เกี่ยวกันเป็นวงจนหาที่สิ้นสุดไม่ได้

ตัวอย่าง

“ฉันเบื่อการทวงหนังสือคืนแล้วหละ ทวงคนนี้บอกว่าอยู่ที่คนนั้น ทวงคนนั้นบอกว่าอยู่ที่คนโน้น ไม่สิ้นสุดราวกับงูกินหางเลยทีเดียว”

 

351474757qk

images

งงเป็นไก่ตาแตก

งงเป็นไก่ตาแตก
– สับสนจนทำอะไรไม่ถูก ไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น

ตัวอย่าง

“เขาถูกกล่าวหาอย่างรุนแรงว่าเป็นเหตุยุยงภรรยาคู่นั้นแตกแยกกัน ทั้งๆที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาจึงงงเป็นไก่ตาแตก”

งอมแงม
– เลิกได้ยาก

งอมพระราม
– ทุกข์เต็มทน

ตัวอย่าง

“เขาเป็นครูอาสาที่ต้องไปทำงานสอนหนังสือเด็กชาวเขาในถิ่นถุรกันดารนานถึง10ปี ต้องทนทุกข์ยากอละอุปสรรคต่างๆ อย่างแสนสาหัสเรียกว่า งอมพระรามเลยทีเดียว”

351474757qk

คางคกขึ้นวอ

– คนมีฐานะต่ำต้อย พอได้ดีแล้วก็มักแสดงกิริยาอวดดีลืมตัว

ตัวอย่าง

“แต่ก่อนเคยอยู่สลัมมาด้วยกันแต่พอแต่งงานกับเศรษฐีท่าทางเธอก็เปลี่ยนไป พบหน้าเพื่อนเอก็ทำเชิดหยิ่ง ไม่ยอมทักทายทำเหมือนคางคกขึ้นวอไม่มีผิด”

 

351474757qk

images

คว่ำบาตร

– ประกาศไม่ยอมคบค้าสมาคมด้วยไม่ร่วมงานด้วย

ตัวอย่าง

“สหประชาชาติประกาศคว่ำบาตรประเทศนั้นกรณีลุกลามประเทศอื่น ”

351474757qk